สำหรับผู้ที่สนใจจะดึงข้อมูลจากพวก RSS feed. จึงอยากจะขอแนะนำสคริปต์ XML parser แบบง่าย ๆ ลองดูสคริปต์ข้างล่างน่ะครับ
* สำหรับ (PHP 5) เท่านั้นครับ
[code lang="php"]
$p ="thaihits.info";
$r =($_GET['place']!='')? $_GET['place'] : "nst";
$cur =($_GET['currency']!='')? $_GET['currency'] : "USD";
$sort =($_GET['sort']!='')? $_GET['sort'] : "L";
$src = "http://www.R24DB.com/R24xmlhotel.php?p=$p&r=$r&cur=$cur&sort=$sort";
$xml = simplexml_load_file($src);
print "
";
foreach($xml->children() as $child)
{
echo "
";
print "
";
print "
".$child->HNAME." ".(($child->HPROMO=='YES')? " [Recommend] ":"")."
".$child->HLOCATION."
Breakfast : ".$child->HINCLABF." - 10% Service : ".$child->HINCLSVC." - 7% gov.VAT : ".$child->HINCLVAT."
";
print "
".$child->HRATE."
";
echo "
";
}
print "
";
?>
[/code]
สมัยก่อนการจะอัปเดทข้อมูลจาก ตารางหนึ่งมาใ่สในอีกตารางหนึ่ง โดยใช้ MySQL อาจจะต้องใช้ เทคนิคของโปรแกรมมิ่งมาช่วย
แต่วันนี้ไม่จำเป็นแล้วครับเพราะ MySQL 5 สามารถรองรับ Query ที่ใช้สำหรับงานนี้ได้แล้ว มาดูกัน…
สมมติว่าเรามีข้อมูล 2 ตารางคือ
ตาราง A ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
———————————–
| ID | Name | Email |
———————————–
| 1 | kao | kao@codeans.com |
| 2 | mod | mod@codeans.com |
| 3 | boy | boy@codeans.com |
| 4 | au | au@codeans.com |
———————————–
ตาราง B ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
—————————————-
| Contact_id | Email | Detail |
—————————————-
| 1 | mod@codeans.com | blah !!! |
| 2 | mod@codeans.com | fooo !!! |
| 3 | kao@codeans.com | moo !!! |
| 4 | au@codeans.com | eiei !!! |
—————————————-
จาก 2 ตารางด้านบนถ้าเราต้องการเพิ่ม field A.ID เข้ามาในตาราง B เราจะต้องทำอย่างไร?
วิธีการคือ
- สร้างฟิลด์ id ในตาราง B ให้มีคุณสมบัติเหมือนตาราง A
- หลังจากนั้นใช้ Query ดังนี้เพื่ออัปเดทข้อมูล
[code lang="sql"]
update B set B.id =(select ID from A where A.Email =B.Email);
[/code]
เป็นอันเรียบร้อย อีกวิธีคือใช้ Store procedure ซึ่งจะแนะนำต่อไปครับ
ถ้าพูดถึงเว็บไซต์ที่มีในปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก เว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย PHP ไม่ว่าจะเป็นเว็บ E-commerce, Blog, Community, Wiki เหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ถูกพัฒนาด้วย PHP ทั้งนั้น จึงเกิดคำถามว่า PHP มีดีที่ตรงไหน.. มาดูคำตอบกันครับ
ทำไมต้อง PHP ?
- ใช้งบประมาณน้อยมาก เนื่องจากตัว PHP เองเป็น Server side script ประเภท Opensource คือให้อิสระในการนำไปใช้งาน ตรงทำให้งบประมาณในการสร้างเว็บไซต์ต่ำลง จะมีเสียค่าใช้จ่ายบ้างในเรื่องของค่าบริการ Web hosting แต่ก็ไม่มากมายน่ะ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจ้างพนักงานมาพัฒนาระบบก็ถูกเมื่อเปรียบเทียบกับสคริปต์อื่น ๆ
- ง่ายในการพัฒนา เนื่องจาก PHP เป็นภาษาที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก จึงทำให้เราหาแหล่งความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ PHP ได้ง่ายขึ้น เช่นจาก Community หรือ forum ต่าง ๆ
- คุณภาพดี เท่าที่เคยใช้งานภาษาต่าง ๆ (เว็บ) รวมถึงสถิติต่าง ๆ จากโปรแกรมเมอร์คนอื่น ๆ PHP ค่อนข้างมี performance ที่ดีเลยครับ (ถูกและดีครับ)
เห็นข้อดีของ PHP แล้วใช่มั้ยครับ แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อเสียครับ PHP ก็มีเหมือนกัน ในเรื่องของ Bug ครับแต่ข้อนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างไร ก็เพราะว่ามีบริษัทเจ้าของ PHP คือ Zend พร้อมกับ โปรแกรมเมอร์ทั่วโลก ค่อยดูแลเรื่องนี้
Mozilla Firefox
โปรแกรมสำหรับแสดงผลเว็บไซต์ตัวนี้เป็นตัวที่ผมใช้ในการทำเว็บมาที่สุด เนื่องจากมีทูลหรือส่วนเสริมสำหรับการพัฒนา(Extension) มากมาย เช่น Firebug, Web developer, Fang รวมทั้งได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ว่าเร็วและดี แต่บราวเซอร์ตัวนี้ยังไม่ได้รับความนิยมกับคนไทยครับ เพราะคนไทยติด IE ของ Microsoft ซ่ะแล้ว
ดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่นี้
วิธีการติดตั้ง
- ลิ้งก์ที่ให้เป็นหน้าดาว์นโหลดของโปรแกรม พร้อมทั้งมีรูปของขั้นตอนการติดตั้งให้ด้วย
Editplus
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฟรีครับ เป็น text editor ที่สามารถใช้ในการเขียนเว็บไซต์ได้ ทั้ง HTML, PHP, Javascript, CSS
ดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่นี้
วิธีการติดตั้ง
- ลิ้งก์ที่ให้เป็นหน้าดาว์นโหลดของโปรแกรม
- หาคำว่าดาว์นโหลด และโหลดโปรแกรมมาเพื่อติดตั้งต่อไป
- เมื่อติดตั้งเสร็จก็เรียกโปรแกรมเพื่อใช้งาน
Eclipse PDT (Former PHP IDE)
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฟรีครับ เหมาะสำหรับการโค๊ดดิ้งเว็บไซต์ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้มีความรู้ทางด้านการเขียนเว็บมาบ้างแล้ว
ดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่นี้
วิธีการติดตั้ง
- ลิ้งก์ที่ให้เป็นหน้าดาว์นโหลดรวมของโปรแกรม
- เลือกดาว์นโหลดในส่วนท่ีเป็น Latest Releases -> Build type -> Release Build หรือ Stable Build ก็ได้ครับ เช่น เลือกใช้ 1.0.3 Release Build ก็จะไปที่หน้าดาว์นโหลดโปรแกรมเวอร์ชั่น 1.0.3 Release Build
- ในการติดตั้งรู้สึกว่าจะต้องมี Java Runtime Environment (JRE) ติดตั้งในเครื่องด้วย หาดาว์นโหลดได้ที่ Sun microsystem ครับ (เลือกดาว์นโหลดเฉพาะหัวข้อ Java Runtime Environment (JRE)) หลังจากนั้นก็ทำการติดตั้ง
- สำหรับตัวโปรแกรม Eclipse PDT นั้นจะอยู่ใรส่วนของ “PDT All-in-One” โดยโปรแกรมติดตั้งสำหรับ Window (98, 2000, xp, vista) ให้เลือกดาว์นโหลดลิ้งก์ที่มีคำว่า win32 เช่น pdt-all-in-one-R20080603-win32.zip
- เมื่อติดตั้งเสร็จก็เรียกโปรแกรมเพื่อใช้งาน
VDO ตัวอย่างการติดตั้งโปรแกรม
VIDEO
Adobe Dreamweaver โปรแกรมนี้เรียกได้ว่าเป็นเทพ ในการเขียนเว็บไซต์เลยก็ว่าได้ เพราะมีความสามารถหลายอย่าง มีเพียงโปรแกรมเดียวคุณก็สามารถสร้างเว็บสวย ๆ ได้แล้ว ตัวที่แนะนำให้ดาว์นโหลดเป็นตัวทดลองใช้น่ะครับ สำหรับตัวเต็มคงต้องหาซื้อกันเอาเองน่ะครับ ดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่นี้
วิธีการติดตั้ง
- เมื่อไปยัง URL หน้าที่ให้ดาว์นโหลด จะต้องสมัครสมาชิกก่อน
- หลังจากนั้นก็ใช้ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดที่ได้เพื่อใช้ในการดาวน์โหลดโปรแกรม
- หลังจากได้ไฟล์ติดตั้ง ก็ทำการ ดับเบิ้ลคลิ้ก ที่โปรแกรมเพื่อติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ของท่าน
- เมื่อติดตั้งเสร็จก็เรียกโปรแกรมเพื่อใช้งาน
VDO ตัวอย่างการติดตั้งโปรแกรม
VIDEO
เทคโนโลยีทั้ง 4 ตัวเป็นเทคโนโลยีเบื้องต้นทีสามารถทำเว็บไซต์ ๆ หนึ่งได้
HTML : เป็นสคริปต์ที่ขาดไม่ได้เลยในการทำเว็บไซต์ เพราะ HTML จะเป็นโค๊ดดิ้งที่ใช้เขียนเว็บไซต์เพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่เราจะนำเสนอ
Javscript : เป็นสคริปต์ที่ช่วยเพิ่มความหวือหวาน่าใช้และประโยชน์อื่น ๆให้กับเว็บไซต์
CSS : การแสดงเว็บไซต์ในแบบเดิม ๆ คือใช้รูปแบบการแสดงผลของ HTML อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับการทำเว็บในปัจจุบันแล้ว CSS จะเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยเสริมในจุดนี้ได้
MySQL : มายซีควล เป็นฐานข้อมูลที่เข้ามาทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ กับเว็บไซต์ของเรา
เทคโนโลยี www นั้นเป็นเทคโนยีในแบบ Client & Server โดยจะมีลักษณะเป็นการเรียกใช้เอกสารหรือข้อมูลผ่านเครือข่ายจะเครื่องลูกข่ายไปยังเครื่องแม่ข่าย โดยลักษณะการทำงานหลัก ๆ คือเมื่อผู้ใช้ต้องการเปิดเว็ปไซต์จะต้องไปที่เครื่องลูกข่าย(คอมพิวเตอร์, แล็ปท็อป ที่มีโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, FireFox, Safari, Opera ) และทำการป้อน URL เช่น http://www.codeans.com หลังจากนั้นเว็บบราวเซอร์จะส่งคำสั่งผ่านโปรโตคอลต่าง ๆ เช่น HTTP, UDP ไปยังเครื่องแม่ข่าย ซึ่งเก็บเอกสารหรือไฟล์ข้อมูลของเว็บไซต์ หลังจากเครื่องแม่ข่ายรับคำสั่งและทำการประมวลผลแล้วเครื่องแม่ข่ายจะส่งผลลัพท์ไปให้เครื่องลูกข่าย ตามรูปด้านล่าง
เว็บไซต์นั้นจริง ๆ แล้วคือไฟล์เอกสารไฟล์หนึ่งซึ่งภายในประกอบด้วยโค๊ดดิ้งต่าง ๆ มากมาย การทำงานของเว็บไซต์หรือเว็บเพจมีการทำงานดังนี้
Web
แต่พอที่จะแยกแยะออกมาได้ดังนี้
Client side script : เป็นสคริปต์ที่สามารถประมวลผลได้ที่เครื่องลูกข่ายโดยโปรแกรมเว็บ บราวเซอร์ ตัวอย่างเช่น
Markup Language : คงไม่คุ้นเคยกันน่ะครับ แต่ถ้าพูดถึง HTML ทุกคนคงพอรู้จักกันน่ะครับ, ตัวอย่างของภาษา HTML เช่น <a href=”page1.html”>Link to page 1</a>
Javascript : สคริปต์ซึ่งพัฒนามาเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของ interactive กับผู้ใช้ ปัจจุบัน javascript มีการพัฒนา extesion หรือส่วนขยายเพิ่มขึ้นมากมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้มากขึ้น
FLASH : เป็นเทคโนโลยีของ ADOBE Corp เพื่อช่วยเพื่อ interactive บนเว็บไซต์.
CSS : สคริปต์สำหรับใช้ควบคุมการแสดงผลของเอกสาร Markup language ในแบบต่าง ๆ
Server side script : เป็นสคริปต์ที่ประมวลผลที่เครื่องแม่ข่าย สคริปต์เหล่านี้เป็นสคริปต์ประเภท CGI(Common gateway interface) สคริปต์เหล่านี้มีด้วยกันหลายแบบ ตามบริษัทผู้ผลิต เช่น
Perl : เป็นสคริปต์ที่ถูกพัฒนามานานแล้วและปัจจุบันก็ยังมีใช้อยู่
ASP & ASP.net : เป็นสคริปต์ที่ถูกพัฒนาโดย Microsoft (การใช้งานจำเป็นต้องเสียค่าไลเซนต์)
JSP : เป็นสคริปต์ที่ใช้หลักการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี java ของ Sun microsystem
PHP : เป็นสคริปต์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน เนื่องจากคุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง เช่นฟรี, มีเอกสารคู่มือในการพัฒนาเยอะ และอื่น ๆ
โดยสคริปต์ที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในการนำเสนอข้อมูลที่ต้องการผ่านทางเว็บไซต์ สคริปต์เหล่านี้ยังทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลจากแหล่งอื่นโดยจะมีการทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า Middleware เพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ แหล่งข้อมูลประเภทอื่น ๆ เช่น Database, Multimedia, Streaming เป็นต้น
ประเดิมกับบทความแรก เนื่องจากความต้องการของผมที่จะถ่ายทอดความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ ผ่านบล็อกอันนี้ โดยเนื้อหาที่นำเสนอ จะเป็นประสบการณ์ตรงจากการทำงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่งานจะเขียนขึ้นมาโดยใช้โปรแกรมมิ่งที่ทุก ๆ ท่านน่าจะเคยได้เ็ห็นหรือได้ยิน ผมจึงมีความคิดที่จะมาถ่ายทอดความรู้เหล่านี้แก่ มือใหม่หัดทำเว็บ นักเรียนนักศึกษา หรือผู้ที่สนใจ
หลายคนสงสัยว่า แล้วจะเริ่มอย่างไรดี จะอ่านหนังสือเล่มไหน จะหาความรู้จากไหนดี จึงจะเขียนเว็บได้…
ไม่ยากอย่างที่คิดครับ ปกติแล้วถ้าทุกคนคิดว่าอยากจะทำอะไรซักอย่างแล้วหล่ะก็ ไม่น่าจะมีอะไรที่ทำไม่ได้.. ขั้นแรกสำหรับการก้าวไปสู่ความเป็นนักเขียนเว็บไซต์ ก็ต้องมารู้จักกันก่อนว่าเทคโนโลยีเว็บไซต์ในตอนนี้เป็นอย่างไร..
ปัจจุบัน ช่วง (2000-2010) เป็นยุคของ web 2.0 คือ
web technology
จากรูปจะเห็นพัฒนาการของเว็บไซต์ ตั้งแต่อดีตซึ่งเป็นยุคของเว็บที่เป็นแบบ Static จนพัฒนาเรื่อยมา มีการสร้างเทคโนโลยีขึ้นมามากมาย เพื่อทำให้เว็บไซต์มีคุณค่าและประโยชน์มากที่สุด จากรูปปัจจุบันนี้เป็นช่วงของ web 2.0 ซึ่งเว็บไซต์ต่าง ๆ จะมีการใช้เทคโนโลยีมากมาย เช่น DHTML, XML, Javascript, Server script, CSS, Flash, Ajax, RSS โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาใช้เว็บแอพพลิเคชั่นเช่น Social networking, Social media sharing, Mashups, Weblogs, Wikis, Directory portals เป็นต้น.